Thursday, October 29, 2020

เฉลยธรรมบัญญัติ คือ อะไร

เฉลยธรรมบัญญัติ คือ อะไร 

แปลว่าอะไร ความหมาย 

What is DEUTERONOMY ?

เฉลยธรรมบัญญัติ DEUTERONOMY

          หลังจากอิสราเอลได้รับธรรมบัญญัติที่ภูเขาซีนาย  พวกเขาได้อยู่ในถิ่นทุรกันดารซึ่งอยู่ระหว่างภูเขาซีนายกับแผ่นดินคานาอัน ประมาณสี่สิบปี  ในระหว่างสี่สิบปีนั้น  คนรุ่นก่อนที่ได้รับพระบัญญัติที่ภูเขาซีนายได้เสียชีวิตลงหมดทุกคนแล้ว  ฝูงชนที่จะเข้าคานาอันจึงเป็นคนรุ่นใหม่  ฉะนั้นก่อนที่พวกนี้จะเดินทางเข้าสู่คานาอัน  โมเสสจึงกล่าวธรรมบัญญัติซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งอธิบายเพิ่มเติมข้อความต่าง ๆ เพื่อแก้ไขข้อข้องใจของประชาชนรุ่นใหม่นี้  เพื่อให้พวกเขาทราบเรื่องพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างละเอียด  หนังสือที่บันทึกคำสอนของโมเสสในโอกาสนี้จึงได้ชื่อว่าเฉลยธรรมบัญญัติ

 The Gospel According to Moses: Three Reasons Why We Should Study Deuteronomy  | Via Emmaus

ลักษณะของหนังสือเล่มนี้

          หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติไม่เพียงแต่กล่าวสอนข้อปฎิบัติ  ข้อห้ามแบบธรรมบัญญัติเท่านั้น  แต่มีลักษณะเป็นคำเทศนามากกว่า  โมเสสเน้นย้ำว่า  พระเจ้าไม่ประสงค์ให้อิสราเอลฝืนใจปฎิบัติตามคำสั่งเพราะกลัวโทษ แต่พระองค์ทรงตเองการให้พวกเขาเชื่อฟังพระเจ้า เพราะเขารักพระองค์ (ฉธบ. 6:3; 5-9; 7:7-8; 11; 8:5)  หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติต่างกับหนังสือเลวีนิติและกันดารวิถี  สองเล่มนั้นเขียนสำหรับพวกปุโรหิตและพวกเลวี  แต่หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติเขียนเพื่อประชาชนทั่ว ๆ ไป  (ฉธบ. 8:6; 10:12-13)

          สิ่งที่สำคัญในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติคือ  พันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำกับชาติอิสราเอล  พระองค์ทรงเลือกอิสราเอลให้เป็นประชากรของพระองค์  ทรงสัญญาว่าจะประทานแผ่นดินคานาอันให้พวกเขาเข้าอาศัยอยู่ (ฉธบ. 7:7; 8:1; 9:4-5)  อิสราเอลได้รับพระพรนี้  เขาตอบสนองโดยสาบานต่อพระเจ้าว่าเขาจะเชื่อฟังพระองค์ (ฉธบ. 5:6-7; 6:1-3; 10:12-13 ดู  พันธสัญญา)

          รูปแบบของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติเหมือนกับหนังสือพันธสัญญาที่ใช้กันโดยทั่วไปในสมัยนั้น  กษัตริย์ที่ยึดครองชาติที่เล็กกว่าจะกระทำพันธสัญญากับพวกเขาโโยกล่าวไว้ว่า  พระองค์จะวางแนวทางชีวิตให้พวกเขา  ถ้าพวกเขายอมอยู่ใต้บังคับบัญชาของพระองค์ก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้  แต่ถ้าพวกเขากบฏก็จะมีโทษอย่างหนัก  ถ้าเราอ่านหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติทำนองว่าเป็นหนังสือรับรองพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับอิสราเอล  เราคงจะเข้าใจหนังสือนี้ได้ดีขึ้น

 

ข้อความในหนังสือพันธสัญญา

          หนังสือพันธสัญญาในสมัยนั้นเริ่มต้นโดยกษัตริย์กล่าวว่าได้ทรงกระทำอะไรเพื่อประชาชน  ฉะนั้นโมเสสเริ่มต้นโดยกล่าวว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำอะไรเพื่ออิสราเอล  จึงได้นำพวกเขาออกจากอียิปต์และจะนำเข้าสู่คานาอัน (1:1-3:29)  ส่วนอิสราเอลควรตอบแทนโดยการซื่อสัตย์ต่อพระองค์ (4:1-43)

          ต่อไปกล่าวถึงข้อใหญ่ของพันธสัญญาคือพระบัญญัติสิบประการ (4:44-5:33)  พวกเขาจะปฎิบัติตามพระบัญญัติได้  โดยมีความรักต่อพระองค์อย่างแท้จริง  เขาไม่ควรทรยศต่อพระเจ้าของเขา  โดยหันไปผูกพันกับพระของคนต่างชาติ (6:1-25)  พระเจ้าจะประทานแผ่นดินดีให้พวกเขา  แต่เขาต้องจำไว้เสมอว่า  สิ่งที่สำคัญกว่าอาหารกับผลิตผลแห่งธรรมชาติคือ  ความเชื่อไว้วางใจในพระเจ้า  (7:1-8:20)  ประชาชนจึงไม่มีควรจะดื้อรั้น  (9:1-10:11)  แต่ควรจะถ่อมใจลงต่อพระเจ้าโดยมีจิตใจที่บริสุทธิ์ (10:12-11:32) 

          เมื่อกล่าวถึงข้อสำคัญโดยทั่วไปแล้วหนังสือก็กล่าวถึงรายละเอียด  มีข้อปลีกย่อยหลายข้อซึ่งเกี่ยวกับชีวิตใหม่ที่พวกเขาจะพบในคานาอัน  โมเสสจึงปรับปรุงบัญญัติบางข้อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ใหม่ในคานาอัน (เช่น ดู 11:10-11; 12:20-22; 14:24-27; 18:6-8)

          เรื่องราวที่กลาวถึงในธรรมบัญญัติฉบับใหม่นี้ได้แก่ การนมัสการ (12:1-13:18)  กฎปฎิบัติทางศาสนา (14:1-16:17)  ความยุติธรรมในการปกครอง (16:18-19:21)  การรักษาชีวิตมนุษย์โดยทั่วไป (20:1-21:23)  ความบริสุทธิ์ทางเพศ (22:1-23:25)  การปกป้องคนที่อาจถูกคนร่ำรวยกดขี่ (24:1-25:4)  และความซื่อสัตย์ในการกระทำสิ่งต่าง  ๆ(25:5-26:15)  เสร็จแล้วผู้กระทำพันธสัญญาทั้งสองฝ่ายได้กล่าวสาบานว่าจะรักษาไว้ (26:16-19)

          ตอนท้ายของหนังสือพันธสัญญาบันทึกไว้ว่า  เจ้านายจะตอบแทนความเชื่อฟังโดยประทานรางวัลให้  แต่จะลงโทษความไม่เชื่อฟัง (27:1-28:68)  เมื่อโมเสสกล่าวสิ่งทั้งหมดเหล่านี้เสร็จแล้ว ก็ประทับตราพันธสัญญา (29:1-30:20)  ท่านได้บอกว่าควรจะมีการอ่านพันธสัญญาให้ประชาชนฟังทุกเจ็ดปี  เพื่อพวกเขาจะไม่ลืม  และควรจะเก็บหนังสือไว้ที่พลับพลาให้เป็นมาตรฐานที่แน่นอนในการปกครองชาติ (31:1-29)

          โมเสสได้สรุปความโดยเขียนเพลงที่ประชาชนควรจะฝึกร้อง  (31:30-32:47)  แล้วท่านก็กล่าวคำอวยพรอิสราเอลทั้งสิบสองเผ่า (32:48-33:29)  หลังจากท่านมีโอกาสดูแผ่นดินที่อิสราเอลกำลังจะเข้าไปอยู่นั้น  ท่านก็ถึงแก่กรรม (34:1-12)

 

 

 

No comments:

Post a Comment